รับรู้แต่ไม่รับเรื่อง EP. 0 “เนม-ตัส” สองเพื่อนรัก ที่ทุกคนเรียกร้อง
เปิด EP แรกด้วยคู่เพื่อนซี้วงการแฟชั่นไทย “เนม-ตัส” ที่จะมาเล่าเรื่องราวในชีวิตให้ฟังตั้งแต่วีรกรรมสมัยมัธยมจนถึงปัจจุบัน ถึงขั้นเลือกเล่นเกมกับเพื่อนมากกว่าทำแบรนด์ จนแบรนด์เจ๊งก็เคยมาแล้ว!
“รับรู้แต่ไม่รับเรื่อง” รายการนี้เกิดมาจากคอมเมนต์ของแฟนๆ ที่ถล่มทลายมากๆ ว่า
“ชอบรายการแบบนี้”“เล่าโคตรจะมันส์ รู้สึกเหมือนกับวันวาน”“โคตรมันส์ ฟังจนจบไม่มีเบื่อเลย”“ฮาจัดครับพี่ 555555555 คิดถึงตอน dogtez เลย”
พวกเราเลยคิดว่า “กระแสตอบรับดีมาก ทำต่อดีกว่า!” เหมือนคำที่พี่ตัสพูดว่า “เหล็กมันต้องตีตอนร้อน” 555+ เพราะฉะนั้นเลยเกิดมาเป็นรายการนี้ขึ้นมาให้ผู้ชมได้รับชมกัน โดยมีคอนเซปต์รายการง่ายๆ คือ พิธีกรและแขกรับเชิญจะพูดเรื่องอะไรก็พูดแบบ Real ๆ
เบื้องหลังที่ต่างกันสุดขั้ว: วีรภัทร “เนม” ลือโสภณ และ กษิดิศ “ตัส” สุขวงษ์จันทร์
ทั้งสองคนรู้จักกันตั้งแต่มหาวิทยาลัย โดยได้เจอกันที่ “วิทยาลัยเพาะช่าง” เอกการออกแบบภายใน ภาคสมทบ แต่ต้องบอกเลยว่าทั้งคู่มีชีวิตเบื้องหลังก่อนหน้านั้นที่ต่างกันมากๆ
-
ฝั่งตัส: มีชีวิตที่เรียกได้ว่ารวยและสุขสบายมากๆ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ตัสเล่าว่าตอนเด็กใช้ BlackBerry รู้สึกชอบมากไม่อยากเปลี่ยนเลย แต่พอเห็นน้องชายได้ iPhone 4s ที่เอามาอวดเท่านั้นแหละ... อิจฉามาก! จนต้องไปขอพ่อแม่ แต่พ่อบอกว่า “ได้ตัสแต่ปีหน้านะลูก” ด้วยความที่เป็นเด็กถูกสปอยล์ขออะไรก็ได้หมด ทำให้ตัสโกรธมาก วันต่อมาตอนกินข้าวเลยเดินไปฟ้องปู่ตรงๆ เลย ปู่เลยดุพ่อว่า “ทำไมไม่ซื้อให้ตัสซื้อให้แค่น้องคนเดียว” แล้วหลังจากนั้นปู่ก็พาตัสไปซื้อ iPhone 4s ทั้งๆที่วันนั้นเป็นวัธรรมาดาที่ตัสต้องไปเรียนหนังสือ สปอยล์ขนาดนี้ยยยยยย์
แต่ถึงจะเอาแต่ใจ ตัสก็ทำงานช่วยที่บ้านตั้งแต่ ม.4 ปู่ให้งานเขียนแบบแปลนใบละ 800 บาท ตัสที่ชอบเงินและเชื่อว่าคนที่ทำงานคือคนที่เท่ เลยไปเรียน AutoCad ตั้งแต่ ม.4 จนสอบได้ใบ Certificate ช่วงนั้นเรียกว่าเป็นช่วงฟาร์มเงิน จนมีเงินเก็บเยอะมากๆ
-
ฝั่งเนม: ในอีกด้านหนึ่ง เพื่อนรักอย่างเนม ที่บ้านไม่ได้มีฐานะอะไรเลย ต้องทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนจนเข้าเพาะช่าง แถมยังต้องคอยช่วยเหลือครอบครัวอีกด้วย เส้นทางของทั้งสองคนเลยต่างกันสุดๆ
จุดพลิกผัน และก้าวแรกสู่วงการเสื้อผ้า
แต่แล้วตัสก็เจอจุดเปลี่ยน... ตอนช่วงปี 1 บริษัทของปู่ล้มละลาย ทำให้ไม่มีเงินส่งตัสเรียนต่อ ด้วยความเป็นเด็กที่ถูกสปอยล์ ตัสโกรธมาก คิดในใจว่า “เป็นผู้ใหญ่มีหน้าที่ส่งเรียน ทำไมไม่ส่ง” แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปตรงๆ เพราะในใจลึกๆก็เกรงใจปู่ แต่ตัสก็อยากเรียนมากๆ เลยต้องควักเงินเก็บที่ตัวเองทำงานมากและได้มาจากปู่รายเดือยมาจ่ายค่าเทอม ซึ่งภาคสมทบเพาะช่างค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งค่าเทอมค่าอุปกรณ์ จนเงินเก็บเริ่มจะหมด
ตัดภาพมาที่ฝั่งเนม ตอนปี 1 เนมได้หุ้นกับเพื่อนอีกคนขายรองเท้า Converse Vintage ในกลุ่ม Facebook รายได้ดีมาก ซื้อมาถูกขายไปแพง ชีวิตช่วงนั้นกำลังไปได้สวยเลย
พอตัสเห็นแก๊งเพื่อนๆ ขายของกัน บางคนขายรองเท้า บางคนขายกางเกง ตัสไม่อยากซ้ำใครเลยหันไปศึกษาเรื่อง เสื้อผ้า Vintage แบบลองผิดลองถูก จนพบว่ามันทำเงินได้จริง! แต่ก็มีขาดททุนบ้างในช่วงแรกๆ ถือว่าเป็นค่าครู แต่จุดพีคก็คือตัสเคยเปิดประมูลขายเสื้อ Vintage ได้แพงที่สุดตัวละ 120,000 บาท! ซึ่งเป็นยอดที่บ้ามากๆ ในยุคนั้น เนมยังเล่าว่าตอนนั้นนั่งอยู่ห้องข้างล่าง ดูเพื่อนไลฟ์สดขายเสื้อ เห็นราคาแล้วคิดในใจว่า โคตรบ้าเลย!
(ตัสในปัจจุบันฝากบอกว่า อยากให้สังคมและวงการนี้ Respect กันมากขึ้น มีมารยาทในการพูด อย่าเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง เพราะคนที่เขาซื้อเขาใช้เงินและควักความชอบของตัวเองทั้งนั้น และเราไม่สามารถรู้เรื่องราวอดีตของคนอื่นๆ ไม่ควรไปตัดสินใคร และแค่ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นๆก็พอแล้ว)
กำเนิด Deztock แบรนด์ที่ปิดตัวเพราะ... ติดเกม?!
พอเริ่มมีเงินเก็บ ตัสเลยชวนเพื่อนๆ ทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง ความตลกคือตัสโทรหาเนม บอกว่ามีไอเดียเด็ดมากแต่เนมต้องมาหาที่บ้านก่อนถึงจะเล่า (มัดมือชกสุดๆ) จนกลายมาเป็นแบรนด์ Deztock เสื้อผ้ากลิ่นอาย Vintage ที่มี Mascot เอกลักษณ์อย่าง duddyboy (ใครตาม NWL กับ Zotusstore มาก่อนน่าจะคุ้นเคยดี) ปีแรกทุกคนทำแบบไม่รับเงินเดือนเลยเรียกได้ว่าแทบจะ all in และใช้บ้านตัสเป็นออฟฟิศ
เนมเล่าว่าตอนนั้นโคตรรรรรรรลำบาก บ้านอยู่พระราม 2 ต้องขับรถไปแพรกษา 60 กิโลฯ และบ่ายต้องขับต่อจากแพรกษาไปโรงงานสกรีนแถวเซ็นทรัลเวสต์เกต แต่นั่นทำให้เนมค้นพบความชอบเรื่องการสกรีนเสื้อ ชอบจนซื้ออุปกรณ์กลับมาทดลองทำเองที่บ้าน และกลายมาเป็น NWL ในวันนี้
แต่หายนะของ Deztock เกิดขึ้นในปีที่ 2... พอแบรนด์เริ่มมีกำไร ทุกคนมีเงินเดือน ความหอมหวานของเงินก็สู้ความมันส์ของการ "เล่นเกมกับเพื่อน" ไม่ได้ 555+ เนมกับตัสเอาเงินเก็บไปซื้อคอมพิวเตอร์มาตั้งเล่นเกมที่ออฟฟิศ ติดเกม APEX Legends กันหนักมากกกกก ตั้งแต่เข้าออฟฟิศยันเลิกงาน กฎเหล็กคือ ห้ามใครพูดเรื่องงานเด็ดขาด เพราะพูดแล้วจะรู้สึกผิดที่ออฟฟิศไม่ได้ทำงาน! 555+ เล่นหนักจนไม่ได้สนใจแบรนด์ จนแบรนด์ Deztock ต้องปิดตัวลงไปในที่สุด เรียกได้ว่า “จบเพราะเกม”
แยกย้ายไปเติบโต สู่ "ZOTUS STORE" และ "NWL" ในปัจจุบัน
หลังจากแบรนด์เจ๊ง ทั้งคู่คิดได้ว่าอยู่แบบนี้ต่อไปไม่รอดแน่ เลยแยกย้ายกันไปทำธุรกิจของตัวเอง
- ตัส ออกมาเปิดร้านเสื้อผ้า Vintage ของตัวเองชื่อ “ZOTUS STORE” เริ่มจากการไลฟ์ขายใน IG และ Facebook จนได้เงินก้อนมาเปิดหน้าร้านที่ตลาดรถไฟศรีนครินทร์
- เนม เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ฉีกมาทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองคือ “NWL” ตัสถึงขั้นแซวว่าเนมคือ “เนิร์ดด้านการสกรีน” เพราะเนมติดสกรีนเสื้อมากจนไม่หลับไม่นอน ช่วงแรกๆ ทำเป็นงาน 1 OF 1 สกรีนลงเสื้อและกางเกงเองกับมือ ลายแรกๆ อย่าง Hunter X Hunter (การ์ตูนโปรดของเนม) ทำเอาคนเริ่มรู้จักและซัพพอร์ตจนเดินทางมาถึงปัจจุบัน (ต้องขอบคุณชาวโบรวทุกคนมากๆ ที่ Support ครับผม)
นี่เป็นเพียงเนื้อหาส่วนหนึ่งใน EP. 0 ของรายการ “รับรู้แต่ไม่รับเรื่อง” เท่านั้น ยังมีเรื่องเล่าหลุดๆ ฮาๆ ชวนเอามือทาบอกอีกเพียบ ตามคอนเซปต์รายการ “พูดเรื่องอะไรก็ได้ที่อยากพูด” ใครที่หาคลิปตอนกินข้าวอยู่เตรียมรอได้เลย ระวังกินไปหัวเราะไปด้วย เพราะการันตีความฮาแน่นอน
ใครอยากฟังเรื่องเล่าแบบเต็มๆ และสดใหม่ ไปเจอกันได้ที่ Youtube Channel : NWL ลงจอวันนี้ 5 มิถุนายน 2026 เวลา 19.00 น. ตรง!
#รับรู้แต่ไม่รับเรื่อง #ให้ไปเดินงานดันไปเดินเล่น #เข้าหูแล้วเหลือเข้าใจ

